Web
Analytics

4 สูตรสมุนไพรไล่ฝ้า

//4 สูตรสมุนไพรไล่ฝ้า

4 สูตรสมุนไพรไล่ฝ้า

สมุนไพรรักษาฝ้า

สมุนไพรรักษาฝ้า

เชื่อว่า “ฝ้า” คงเป็นปัญหาปวดใจของสาวหลายๆคน นอกจากจะรักษายากและไม่ค่อยหายขาดแล้ว ก็ยังต้องมานั่งปวดหัวปวดใจ เวลาจะเลือกซื้อเอาผลิตภัณฑ์ต่างๆมาละเลงไล่ฝ้าบนใบหน้า ถ้าได้ผลไม่ผลไม่เท่าไร แต่หน้าพังกว่าเดิมขึ้นมา ก็คงรักษากันยาว วันเลยขอแนะนำสูตรและวิธีนำเอาสมุนไพรใกล้ๆตัวของเรามาไล่ฝ้ากัน

มะละกอรักษาฝ้า

มะละกอรักษาฝ้า

1. มะละกอ มีสารแปปเพ็น เป็นเอนไซม์ที่มีฤทธิ์ในการช่วยให้ผิวหนังผลัดเซลล์ผิวได้ดี สามารถกำจัดรอยดำต่างๆ รวมถึงรักษาฝ้า กระ ให้จางลงได้ โดยช่วยเร่งการกำจัดเซลล์ผิวหนังชั้นนอกที่ตายหรือเสื่อมโทรม เผยผิวใหม่ที่เปล่งปลั่ง แลดูสุขภาพดี
วิธีการคือ เริ่มต้นโดยการนำมะละกอสุกปั่น ผสมน้ำผึ้งเล็กน้อย พอกหน้าทิ้งไว้ประมาณ 20 นาที แล้วล้างออกด้วยน้ำอุ่น ต่อด้วยกระชับผิวด้วยน้ำเย็น และซับหน้าออกด้วยผ้าขนหนู อย่าลืมทำอาทิตย์ละ 2 ครั้ง อย่างต่อเนื่อง จะเห็นผลลัพธ์ที่ดีทีเดียว

ขมิ้นรักษาฝ้า

ขมิ้นรักษาฝ้า

2. ขมิ้น มีสามารถช่วยลดสารเมลานินบนผิวหนังได้ อีกทั้งยังช่วยรักษาฝ้าให้จางลงได้อีกด้วย เคอคูมินเป็นส่วนประกอบหลักในขมิ้น มีคุณสมบัติพิเศษทำให้ผิวเรากระจ่างใสขึ้น และยังเป็นสารต่อต้านอนุมูลอิสระ พร้อมสมานแผลได้ดี สำหรับผู้ที่มีแผล วิธีการคือ บดขมิ้น ผสมกับนมสด ให้พอข้นนำมาพอกหน้า หรือทาบริเวณที่เป็นฝ้า ทิ้งไว้ 20 นาที ล้างออกด้วยน้ำอุ่น กระชับผิวหน้าด้วยน้ำเย็นอีกครั้ง สามารถทำได้วันเว้นวัน เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่ดีขึ้น

มะขามเปียก

มะขามเปียก

3. มะขามเปียก มีกรด AHA จากธรรมชาติ ที่จะช่วยผลัดเซลล์ผิวเก่าที่ดำกร้านให้หลุดลอกได้เป็นอย่างดี รวมถึงรอยฝ้า กระ ก็จางลงได้เมื่อทำเป็นประจำ
วิธีการคือ มะขามผสมน้ำกรองให้ข้น นำมาแต้มที่รอยฝ้า หรือพอกหน้าทิ้งไว้ 10 นาที ล้างออกด้วยน้ำอุ่น กระชับผิวอีกครั้งด้วยน้ำเย็น ทำอย่างนี้ทุกวัน

หัวไชเท้า

หัวไชเท้า

4. หัวไชเท้า มีสรรพคุณช่วยลดริ้วรอยต่างๆ ทำให้หน้ากระจ่างใสขึ้น ช่วยลดฝ้าทำให้ฝ้าดูจางลงได้มาก (คนที่ใช้สูตรหัวไชเท้านี้ อาจมีอาการแสบเล็กน้อยเป็นเรื่องปกติ แต่เมื่อเวลาผ่านไปสักระยะ ไม่แนะนำสำหรับผู้ที่มีผิวบอบบาง แต่ อาการแสบจะบรรเทาลงสำหรับผิวทั่วไป ถ้าทำเป็นประจำ จะเห็นผลชัดเจนยิ่งขึ้น)
วิธีการคือ นำหัวไชเท้าบด ผสมน้ำผึ้งเล็กน้อย พอกหน้าทิ้งไว้ประมาณ 10-20 นาที แล้วล้างออกด้วยน้ำอุ่น อย่าลืมกระชับผิวด้วยน้ำเย็นอีกครั้ง ทำเป็นประจำสัปดาห์ละ 3-4 ครั้ง หรือวันเว้นวัน (แล้วแต่สภาพหน้าของแต่ละคนว่ารับได้แค่ไหน ส่วนคนที่มีผิวแพ้ง่ายไม่ควรใช้สูตรนี้)

ฝ้า ต้องใช้เวลานานกว่าจะกำจัดออกไปได้ แถมยังต้องอาศัยความเอาใจใส่ดูแลอย่างสม่ำเสมอและต่อเนื่องด้วยทางที่ดีที่สุด จึงควรป้องกันโดยการดูแลตัวเองจากการ ออกกำลังกาย ดื่มน้ำสะอาดให้มากๆ หากเครียดมาให้หาอะไรทำเพื่อผ่อนคลาย นอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ รวมถึงการทาครีมบำรุงผิว ทาครีมกันแดดค่า SPF50 PA+++ ก่อนออกเจอแสงแดด 15 นาที

2018-01-18T16:40:46+00:00